เมื่อ VAR เจอข้อครหา 2 มาตรฐาน

นับตั้งแต่มี VAR หรือ Video assistant referee เข้ามาข้องเกี่ยวกับวงการลูกหนัง

เหมือนกับว่าแฟนบอลหลายๆ ท่านชักคิดเห็นตรงกันว่า ทุกวันนี้ “เจ้าเทคโนโลยีแห่งความยุติธรรม”

นับตั้งแต่มี VAR หรือ Video assistant referee เข้ามาข้องเกี่ยวกับวงการลูกหนัง

 

บั่นทอนอรรถรสในเกมการแข่งขันฟุตบอลไปมากพอสมควร ถึงวันนี้  VAR ซึ่งได้สิทธิ์ในการพิจารณาตัดสินถือเป็นที่สิ้นสุด ยังถูกมองว่า 2 มาตรฐาน หรือมันเป็นความจริงที่ว่า ไม่มีความยุติธรรมแบบ 100% บนโลกใบนี้ จึงไม่ต้องถามหาความถูกต้องแบบ 100% ในโลกลูกหนัง ถึงแม้ผู้มีอำนาจในวงการฟุตบอลพยายามนำเทคโนโลยีมาช่วยอย่างที่สุดแล้วก็ตาม

VARchester United ?

         VAR เชสเตอร์ ยูไนเต็ด นี่ไม่ใช่ชื่อสโมสรแห่งใหม่ แต่เป็นการล้อเลียนของสื่ออังกฤษ ที่ตั้งให้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่ดูเหมือนจะได้ผลประโยชน์จาก VAR มากที่สุดไปแล้ว ยิ่งเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินแผลงฤทธิ์อีกครั้งในเกมพรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดประจำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เกมที่ “ปิศาจแดง” เปิดบ้านเฉือนชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ไปได้ 1-0 ก็มีประเด็นหยิบยกให้ถกกันทั้งในวงการทีวีเมืองผู้ดี หรือ โลกโซเชียลที่แสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย

โดยในเกมที่โรงละครแห่งความฝัน (โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด) แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เกมรุกดูตื้อมาตลอดครึ่งแรก และลงไปเล่นครึ่งหลังได้ไม่กี่นาที สถานการณ์ของเจ้าถิ่นทำท่าจะแย่ เมื่อ บรูโน่ แฟร์นานเดส ทำฟาล์วใส่ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ โดยผู้ตัดสิน เดวิด คู้ท เป่านกหวีดพร้อมกับชี้ไปที่จุดโทษทันที

แต่เมื่อเป็นจังหวะสำคัญอย่างนี้ เทคโนโลยีก็ได้ใช้งาน เมื่อผู้ตัดสินจากห้อง VAR ส่งสัญญาณมายังเชิ้ตดำ คู้ท ให้ตรวจสอบจังหวะนี้กันหน่อย ปรากฏว่า เมื่อ คู้ท วิ่งไปดูจอมอนิเตอร์ข้างสนาม ก่อนตัดสินใจกลับคำตัดสินไม่เป่าให้เป็นจุดโทษของ เวสต์บรอมวิช โดยมองว่าจังหวะสกัดของ บรูโน่ แฟร์นานเดส ปลายสตั๊ดแตะโดนลูกฟุตบอลก่อนที่จะกวาดไปที่หน้าแข้งของ กัลลาเกอร์ ทีมเยือนจึงพลาดโอกาสขึ้นนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปโดยปริยาย

ซึ่งจังหวะดังกล่าว ปีเตอร์ วอลตัน อดีตผู้ตัดสิน แสดงทรรศนะในภายหลังว่า จริงๆ แล้วมันก็ไม่ชัดเจน ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้ตัดสินในสนามที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ที่สุด แต่เมื่อมี VAR เข้ามาเกี่ยวข้อง มันจึงกลายเป็นโยนความกดดันมาที่ผู้ตัดสินทันที และก็เกิดเหตุการณ์กลับคำตัดสินขึ้นมา

ก่อนหน้านี้ในยุคที่ VAR เข้ามาใหม่ๆ ผู้ตัดสินในสนามบางท่าน เลือกที่จะปฏิเสธดู VAR ในเมื่อเห็นเหตุการณ์ชัดเจนอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น คำวินิจฉัยจึงถือว่าสิ้นสุด ณ ตรงนั้น ในเมื่ออย่าลืมว่า VAR หรือ Video assistant referee เป็นแค่ “วิดีโอผู้ช่วยผู้ตัดสิน” เท่านั้น

แต่ ณ ปัจจุบัน VAR เสมือนเป็นผู้ชี้ชะตาความถูกต้องทุกอย่างในสนามไปแล้ว ผู้ตัดสินที่วิ่งอยู่ในสนามไปพร้อมกับนักเตะตลอด 90 นาที กลายเป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น จึงเริ่มมีข้อครหาว่า ตกลงแล้ว VAR คือ ผู้ตัดสินหลัก หรือมีบทบาทเป็นแค่ผู้ช่วยผู้ตัดสินกันแน่

ย้อนกลับไปในเกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จากที่ควรได้จุดโทษ ไม่กี่นาทีต่อมา กลายเป็นว่า เวสต์บรอมวิช โดนเป่าจุดโทษ จากจังหวะที่ ฆวน มาต้า ตัวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบอลไปโดนมือ เซมี่ อาจายี่ กองหลัง “เดอะ แบ็กกี้ส์” ที่พยายามเอี้ยวตัวเบี่ยงหลบ แต่บอลเจ้ากรรมก็ดันมาสัมผัสที่มือจนได้ ซึ่งผู้ตัดสิน คู้ท ได้วิ่งไปดูจอ VAR ข้างสนาม ก่อนตัดสินชี้ไปที่จุดโทษ

ประเด็นดราม่าไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อ บรูโน่ แฟร์นานเดส รับหน้าที่เพชฌฆาต ยิงไปติดเซฟ แซม จอห์นสตัน แต่ผู้ตัดสิน คู้ท ให้กลับมายิงใหม่ เมื่อได้รับคำแนะนำจะผู้ตัดสินในห้อง VAR ว่า จอห์นสตัน พุ่งออกมาจากเส้นประตูก่อนที่ บรูโน่ จะเขย่งเข้าไปยิงบอล เมื่อได้โอกาสอีกครั้ง เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโปรตุเกส ไม่พลาดแล้ว ซัดจุดโทษให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 56 และนี่ถือเป็นประตูชัยช่วยให้ “ปิศาจแดง” หยิบ 3 แต้มได้แบบหืดจับ

หลังเกม ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังกัปตันทีม แมนฯ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ที่ผันตัวเองไปเป็นนักวิเคราะห์เกมลูกหนังทางโทรทัศน์ ถึงกับเอ่ยปากว่า นี่เป็นการตัดสินที่น่าอับอายที่สุด ขณะที่ พอล สโคลส์ อดีตเพื่อนร่วมทีมของ เฟอร์ดินานด์ ก็ยอมรับเช่นกันว่าการตัดสินครั้งนี้ของ VAR ต้องเป็นประเด็นอย่างแน่นอน

ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อแฟนบอลหลายๆ ทีมแสดงความคิดเห็นเชิงว่า VAR กลายเป็นมี 2 มาตรฐาน ขณะที่สาวก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ก่อนหน้านี้เจ็บมาเยอะจากการตัดสินของ VAR ก็ออกมาค่อนแคะทำนองว่า VAR ช่วยทาง แมนฯ ยูไนเต็ด อีกแล้ว ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ “ปิศาจแดง” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกม ยอมรับตรงๆ เช่นกันว่า ลูกทีมของตนโชคดีจากการตัดสินของ VAR

แบนการยิงจุดโทษแบบ “เขย่งก้าวกระโดด”

         นอกจากข้อถกเถียงเรื่อง VAR เอียน ไรท์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ซึ่งปัจจุบันผันตัวเองไปเป็นคอมเมนเตเตอร์เกมลูกหนังในทีวี ก็หยิบยกประเด็นการยิงจุดโทษแบบ “เขย่งก้าวกระโดด” ซึ่งเป็นสไตล์ถนัดของ บรูโน่ แฟร์นานเดส และ จอร์จินโญ่ ของเชลซี ว่าควรถูกแบนเสียที

ซึ่งประเด็นดังกล่าว ก็มาจากเกมที่ “ปิศาจแดง” เปิดบ้านหลอน เวสต์บรอมวิช 1-0 นั่นเอง เพราะจังหวะยิงจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นานเดส ในทรรศนะของ เอียน ไรท์ มองว่าไม่แฟร์สำหรับผู้รักษาประตู การเขย่งก้าวกระโดด ดึงจังหวะแบบนั้น ส่งผลให้นายทวารเสียจังหวะ จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็น แซม จอห์นสตัน พุ่งออกไปนอกเส้นก่อนที่เท้าของ บรูโน่ จะเตะที่บอล VAR จึงย้อนให้ บรูโน่ ได้โอกาสสังหารอีกครั้ง

ด้าน แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตหัวหอกตำนาน “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ คอมเมนเตเตอร์คู่ขวัญ มีการแซว เอียน ไรท์ ว่ามันมีกฎข้อไหนห้ามนักฟุตบอลกระโดดเข้าไปก่อนยิงจุดโทษ ซึ่ง ไรท์ ยืนยันว่า การยิงจุดโทษควรเป็นจังหวะต่อเนื่อง คือวิ่งไปที่บอลแล้วก็ซัด ไม่ใช่กระโดดเข้าไปยิงแบบที่ บรูโน่ แฟร์นานเดส หรือ จอร์จินโญ่ ทำอยู่เป็นประจำ

ไม่แน่เหมือนกันว่า การที่ เอียน ไรท์ จุดประเด็นการยิงจุดโทษสไตล์ บรูโน่ แฟร์นานเดส หรือ จอร์จินโญ่ จะทำให้ผู้ตัดสิน หรือ VAR เพ่งเล็งมากขึ้นหรือไม่ ว่ามันเป็นการก้าวต่อเนื่องเข้าไปยิงจุดโทษหรือเปล่า เพราะมิเช่นนั้น มันก็คือการล่อเป้าดีๆ นี่เอง ในเมื่อผู้รักษาประตูถูกตรึงไว้ด้วยกฎห้ามกระโดดก้าวออกจากเส้นประตูก่อน แต่เพชฌฆาตกลับที่จะสามารถทำทุกอย่างได้ เมื่อลูกฟุตบอลตั้งอยู่ที่จุดสังหาร 12 หลาอย่างนั้นหรือ

 

 

ติดตามข่าวสารได้ที่ :: ข่าวฟุตบอล ใหม่สด ทุกวัน

บทความข่าวฟุตบอล :: อ่านบทความฟุตบอลก่อนหน้านี้

บทวิเคราะห์ฟุตบอล ::  อ่านบทวิเคราะห์บอลก่อนหน้า

เว็บดูบอลออนไลน์ :: ดูบอลออนไลน์ฟรี