สดุดี “แจ็ค ชาร์ลตัน” ตำนานผู้ล่วงลับ

สดุดี “แจ็ค ชาร์ลตัน” ตำนานผู้ล่วงลับ

10 กรกฎาคม ปี ค.ศ.2020 เป็นอีกหนึ่งวันที่วงการลูกหนังโลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เมื่อ แจ็ค หรือ แจ็คกี้ ชาร์ลตัน ที่แฟนๆ ฟุตบอลรู้จักกัน หมดลมหายใจลงอย่างสงบที่บ้านพักของตัวเองใน นอร์ทธัมเบอร์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ หลังจากที่ป่วยมาเป็นเวลานานจากโรคสมองเสื่อม และปีก่อนก็เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แต่ตลอดระยะเวลา 85 ปี ที่ยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ แจ็ค เนรมิตความทรงจำดีๆ ไว้อย่างมากมาย

จุดเริ่มต้นของตำนาน

แจ็ค ลืมตาดูโลกที่หมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองแอชชิงตัน นอร์ทธัมเบอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ปี ค.ศ.1935 โดย แจ็ค เป็นลูกชายคนโตในบรรดาพี่น้อง 4 คน (บ็อบบี้ , กอร์ดอน และ ทอมมี่) แม้ บ็อบ ผู้เป็นพ่อ ไม่เคยมีความสนใจในฟุตบอล แต่คุณแม่ คริสซี่ เป็นโค้ชฟุตบอลในทีมโรงเรียนระดับท้องถิ่น หลายครั้งที่เธอมักชวนลูกๆ ไปเตะฟุตบอลด้วยกัน และด้วยสภาพแวดล้อมที่วงศาคณาญาติของตระกูล ชาร์ลตัน คลุกคลีกับวงการลูกหนัง หลายคนเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ดังนั้น แจ็ค เริ่มซึมซับในศาสตร์ของลูกหนัง จนกระทั่งอายุ 15 ปี จึงได้เข้าไปทดสอบฝีเท้ากับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และได้เป็นนักเตะเยาวชนของทีม “ยูงทอง”

ฮีโร่ตลอดกาลของ ลีดส์ ยูไนเต็ด

อาชีพนักฟุตบอล อาจไม่ใช่สิ่งที่ แจ็ค ชาร์ลตัน ฝันที่จะเป็น แต่มันก็ดีกว่าการทำงานในสถานีรถไฟใต้ดิน หรือการสมัครเป็นตำรวจ ซึ่งหลังจากบ่มฝีเท้ากับทีมเยาวชน ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 2 ปี แจ็ค ได้ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในปี ค.ศ.1952 แม้จริงๆ แล้ว แจ็ค เป็นแฟนบอล นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เนื่องจากสมัยเด็กๆ เคยตามคุณแม่ไปชมเกมที่ แอชชิงตัน เจอกับ “สาลิกาดง” อย่างไรก็ตาม ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่ แจ็ค คิดปันใจอำลาถิ่นเอลแลนด์ โร้ด ดังนั้นตลอดอาชีพค้าแข้ง แจ็ค จึงทำสถิติลงสนามให้ ลีดส์ มากที่สุดถึง 773 นัดในทุกรายการ ตลอดการโลดแล่นในวงการมา 21 ปี

เกียรติประวัติระดับสโมสรและทีมชาติ

แจ็ค ชาร์ลตัน ปักหลักยืนค้ำเกมรับในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และก็มีส่วนสำคัญในการพา ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อฤดูกาล 1968-69 อีกทั้งปีเดียวกันนั้น “ยูงทอง” ยังได้สัมผัสแชมป์ลีกคัพ ก่อนที่แชมป์ เอฟเอ คัพ และฟุตบอลถ้วยยุโรป อินเตอร์-ซิตี้ แฟร์คัพ จะตามมาอีก

ไม่ใช่เพียงประสบความสำเร็จในระดับสโมสรเท่านั้น แจ็ค ยังถือเป็นกำลังหลักของทีมชาติอังกฤษ ลงสนามรับใช้ชาติ 35 นัด และอยู่เคียงข้างน้องชายอย่าง บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ในการพาทัพ “สิงโตคำราม” ผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยแรกในปี 1966 และยังเป็นครั้งเดียวของอังกฤษ จนถึงทุกวันนี้

อยู่ภายใต้ร่มเงาน้องชายมาตลอด

แม้ได้ลงสนามทุกนัด ในเส้นทางของการพา “สิงโตคำราม” ขึ้นไปตะปบ “จูลส์ ริเมต์ โทรฟี่” และยังช่วยให้ทีมชาติอังกฤษ เสียเพียง 3 ประตู ในการลงเตะฟุตบอลโลกในปี 1966 แต่ แจ็ค ชาร์ลตัน แทบไม่ได้รับเครดิตอะไรตรงนี้มากนัก เมื่อเทียบกับ 3 ประตูที่ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ทำได้ โดยเฉพาะการเบิ้ลสกอร์ช่วยให้ทีมล้ม ยูเซบิโอ และพลพรรคนักเตะฝอยทอง โปรตุเกส ในรอบตัดเชือก ก่อนที่ บ็อบบี้ จะได้เถลิง “บัลลงดอร์” พ่วงไปอีกรางวัลในปีนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม สื่อหรือแม้แต่แฟนบอลมักจะเปรียบเทียบความเก่งกาจของพี่น้อง “ชาร์ลตัน” จนบางครั้ง มันอาจทำให้เกิดรอยร้าวระหว่างกัน ในเมื่อ แจ็ค ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระให้กับทั้งทีมชาติ และต้นสังกัด ลีดส์ ยูไนเต็ด ขณะที่ บ็อบบี้ โด่งดังดั่งฮีโร่ของชาวอังกฤษ และยังถือเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์ เป็นตำนาน “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาจนถึงทุกวันนี้

อีกทั้งทุกคนทราบดีกว่า แจ็ค มักใช้เวลาว่างจากฟุตบอล ไปตกปลาอยู่เสมอ แต่ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่ แจ็ค จะชวน บ็อบบี้ ไปใช้เวลาแห่งความสุขตรงนั้นร่วมกัน แม้ไม่มีใครรู้ว่าตื้นลึกหนาบางระหว่างความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้จะเผ็ดร้อนเพียงใด แต่ครั้งหนึ่งในการให้สัมภาษณ์กับ ไมเคิล พาร์กินสัน ของสำนักข่าว “บีบีซี” แจ็ค ให้เกียรติน้องชายของเขา เมื่อยอมรับผ่านหน้าจอโทรทัศน์ว่า เขาอาจจะสามารถหยุดยั้งนักเตะได้หลายต่อหลายคนในสังเวียนแข้ง แต่เขาไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้ เหมือนกับที่ บ็อบบี้ ทำมันได้ในสนาม

มิตรภาพจากคู่ปรับ และสาสน์สุดท้ายจากครอบครัว

ภายหลังจากการเสียชีวิตของ แจ็ค ชาร์ลตัน สโมสร แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด ทีมคู่ปรับตลอดกาลของ ลีดส์ ยูไนเต็ด มีการทวีตข้อความผ่าน “ทวิตเตอร์” ถึงการจากไปของ แจ็ค ชาร์ลตัน พี่ชายของ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และสมาชิกทีมชาติอังกฤษ ชุดคว้าแชมป์โลกในปี 1966 ทางสโมสรขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวชาร์ลตันทุกคน สำหรับการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน ทางครอบครัวชาร์ลตัน และ แพท เคมป์ ผู้เป็นภรรยา มีสาสน์สุดท้ายเพื่อเป็นการส่ง แจ็ค ชาร์ลตัน ขึ้นสู่สรวงสวรรค์

ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อน สามี พ่อ ปู่ และ ทวด ทางครอบครัวชาร์ลตัน ไม่สามารถที่จะแสดงออกให้เห็นว่าทุกคนภูมิใจแค่ไหนกับสิ่งที่ แจ็ค ทำมาตลอดทั้งชีวิต ชายคนนี้เป็นคนที่มีจิตใจดีงาม เป็นคนสนุก และเป็นบุรุษยอดอัจฉริยะ การสูญเสียครั้งนี้มันยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัว แต่เราทุกคนอยากขอบคุณ แจ็ค กับความทรงจำดีๆ ที่มีให้กันเสมอมา และมันจะยังคงอยู่ตลอดไป