เจอร์เก้น คล็อปป์ เพียงชายคนนี้ ไม่ใช่ผู้วิเศษ

เจอร์เก้น คล็อปป์

เพียงชายคนนี้ ไม่ใช่ผู้วิเศษ

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ครั้งที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กระโดดลงจากหลัง “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ เก็บกระเป๋าบินจากเยอรมนี เพื่อมารับงานอันท้าทายคุมทัพ ลิเวอร์พูล ยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษ เหล่า “เดอะค็อป” ไม่ได้คาดคิดว่า คล็อปป์ จะนำพาความสำเร็จคืนสู่ถิ่นแอนฟิลด์ ภายในระยะเวลาอันใกล้ และคงเป็นเหตุผลว่าทำไม เจ้าของสโมสรดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ ถึงยอมลงทุนวัดดวงวัดกับกุนซือรายนี้แค่ 3 ปี

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลัง ลิเวอร์พูล ยอมรับในคอลัมน์ของตัวเองที่เขียนให้กับ “เดอะ เทเลกราฟ” สื่อเมืองผู้ดีว่า เขาสูญเสียความเชื่อไปแล้วว่า “หงส์แดง” จะกลับมาประสบความสำเร็จ นับตั้งแต่ที่ทีมได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2008-09 ยิ่งมาเสีย ชาบี้ อลอนโซ่ ห้องเครื่องสมองเพชรให้แก่ เรอัล มาดริด ในปี 2009 และเมื่อหมดยุคของ ราฟา เบนิเตซ จึงแทบไม่มีความเป็นไปได้ที่ “หงส์แดง” จะนำพาโทรฟี่รายการใหญ่ๆ มาประดับไว้ในตู้โชว์

เมื่อความหวังก่อเกิด

         แต่แล้วแสงสว่างก็เริ่มมีให้เห็นที่ปลายอุโมงค์ เมื่อ คล็อปป์ พาทีมจบอันดับ 4 ในฤดูกาล 2015-16 ทำให้ “หงส์แดง” กลับไปโม่แข้งในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง หลังเว้นวรรคไปหนึ่งซีซั่น ดังนั้นบอร์ดบริหารลิเวอร์พูล จึงตบรางวัลให้ คล็อปป์ และทีมงานด้วยสัญญาฉบับใหม่ 6 ปี  ทำงานกันไปยาวๆ ถึงปี 2022

       จากจุดเริ่มต้นของความไว้วางใจ คล็อปป์ เริ่มประกอบ “หงส์แดง” ให้เป็นรูปเป็นร่าง เม็ดเงินจำนวน 424 ล้านปอนด์ หรือเกือบๆ 1.7 หมื่นล้านบาท ที่จับจ่ายใช้สอยไปกับนักเตะ 23 ราย ถึงวันนี้หลายคนคือแกนหลักในแต่ละแดน อลิสซง เบ็คเกอร์ เหนียวหนึบแทบไร้ที่ติ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แกร่งกล้าดั่งภูผา ฟาบินโญ่ เชื่อมเกมจากสองฝั่งสนามได้ดีเกินคาด และใครจะปฏิเสธได้ว่า 3 ประสานแนวรุกทั้ง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกรียงไกรไม่แพ้ใคร

เปิดประตูสู่เกียรติยศ

เมื่อส่วนผสมเคี่ยวจนได้ที่ เชฟคล็อปป์ ก็เริ่มนำความสำเร็จเสิร์ฟให้แฟนๆ ได้ลิ้มรส ทั้งการนำ “หงส์แดง” ผงาดครองจ้าวยุโรปเมื่อฤดูกาล 2018-19 ต่อด้วยเป็นแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ในปี 2019 ก่อนที่เหล่า “เดอะค็อป” จะประกาศให้โลกรับรู้ ถึงการรอคอยอันสิ้นสุด 30 ปีอันยาวนาน กับการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19 ในฤดูกาล 2019-2020 และก็มีแนวโน้มสูงว่า นี่ไม่ใช่แชมป์ลำดับสุดท้ายที่ คล็อปป์ จะนำมากำนัลแด่แฟนบอล ลิเวอร์พูล

เคล็ด (ไม่) ลับความสำเร็จ

         คำถามที่ทุกคนอยากรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ คำตอบหล่อๆ ที่หลายคนมักฝากเอาไว้คือ “การทำงานให้หนักเข้าไว้” แต่สำหรับ คล็อปป์ การเป็นผู้นำ เป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปในแบบที่ควรจะเป็น ภาพที่ลูกทีมเห็นเมื่อมองไปที่ชายหนุ่มสวมแว่นหนวดเคราสีเทาแซมดำ กับบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ ณ สนามซ้อม มันทำให้ทุกคนสนุกและไม่เครียด แต่เมื่อใดที่ คล็อปป์ ยืนอยู่ขอบสังเวียน แข้ง “หงส์แดง” มักจะเห็นนายของตัวเองออกแอ๊คชั่นสุดฤทธิ์สุดเดช นั่นคือการกระตุ้นให้ทีมตื่นตัว กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา และยามที่นั่งให้สัมภาษณ์ก่อนและหลังเกม หรือแม้แต่การโดนนักข่าวเอาไมค์จ่อปาก คล็อปป์ แทบไม่ตกเป็นเหยื่อของการนำประเด็นไปขายข่าว มันแสดงให้เห็นถึงสมาธิ ความนิ่ง ที่จะรับมือกับความกดดันนอกสนาม ที่มันทำให้โค้ชหรือนักฟุตบอลเสียคนมานักต่อนัก

The Normal One จากจุดเริ่มและตลอดไป       

         ถึงวันนี้ ความสำเร็จที่ คล็อปป์ นำมาสู่สโมสรลิเวอร์พูล ยังเทียบเท่าไม่ได้กับเหล่าตำนานอย่าง บิลล์ แชงคลีย์, บ็อบ เพสลีย์ หรือแม้แต่ เคนนี่ ดัลกลิช แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า บุรุษวัย 53 ปี สมควรได้รับเครดิตเกินกว่าที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะได้รับ ถึงแม้นับตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้าสู่ทีม คล็อปป์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เขาคือ “The Normal One” ไม่ใช่ “The Special One” ดั่งใคร และถึงวันนี้ มันก็จะยังคงเป็นแบบนี้อยู่ตลอดไป

อย่างไรก็ตาม หน้าที่ความรับผิดชอบยังไม่จบสิ้น ภารกิจของ คล็อปป์ จะยิ่งเข้มข้นเป็นทวีคูณในซีซั่นต่อไป ความพ่ายแพ้ 0-4 ที่มีต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นสัญญาณเตือนแข้ง “หงส์แดง” หรือแม้แต่ตัวคล็อปป์เอง ให้รู้เอาไว้ว่า เท้าต้องติดดินอยู่เสมอ และพึงท่องให้ขึ้นใจว่า การคว้าแชมป์ว่ายากแล้ว ทว่าการป้องกันแชมป์ไม่ได้ง่ายกว่าแต่อย่างใด ในเมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ พร้อมที่จะกลับมาทวงบัลลังก์ ขณะที่ 2 ทีมดังแห่งกรุงลอนดอนอย่าง เชลซี และ อาร์เซนอล เริ่มประกอบจิ๊กซอว์ได้ลงตัว ภายใต้การดูแลของกุนซือคนหนุ่ม ที่อยากจะลองวิชากับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูสักตั้ง

.

.

อ่านข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ :: ข่าวฟุตบอล ใหม่สด ทุกวัน

ติดตามบทความเพิ่มเติม  :: บ้านหรู โรนัลโด จะแพงหูฉี่ขนาดไหน ไปติดตามกันเลย