ลิโอเนล เมสซี่ นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล

นักเตะที่เป็นที่กล่าวขานสำหรับยุคนี้  Lionel Andres Messi Cuccittini หากเลือกกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก อาจจะเป็น Ronaldo แต่ถ้าหากต้องเลือกนักเตะที่ดีที่สุดในโลก บอกได้เลยว่าปัจจุบันนี้มีเพียงคนเดียว คือ Lionel Messi หลังจากที่มีคนอยากเปรียบเทียบ Pele กับ Maradona ในยุคสมัยที่แตกต่าง ปรากฏให้เห็นบนร่างนักเตะมหัศจรรย์ “ลิโอเนล เมสซี่” ที่กลายเป็นตำนาน

เมสซี่เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์มาก บนเส้นทางในการค้าแข้ง ชีวิตของของเมสซี่ไม่ได้สวยหรู โชคชะตามักเล่นตลกกับเรื่องราวแบบนี้ เนื่องจากเมสซี่มีปัญหาในด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย เพราะขาดฮอร์โมนสำหรับการพัฒนา และ ภายในประเทศอาเจนติน่าไม่สามารถรักษา  เหมือนฟ้าประทานแสงสว่างมาให้ การ์เลส เรซัค ผอ.กีฬาของบาร์เซโลนา ประทับใจกับฟอร์มการเล่นของเมสซี่เป็นอย่างมาก จึงยื่นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมด้วยการให้ย้ายไปอาศัยในบาร์เซโลนา พร้อมเข้าทีมสโมสร และจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้

รูปแบบการเล่นของ Lionel Messi

เครื่องจักรแห่งปี 87 เป็นฉายาของ Messi และ เพื่อนร่วมทีมในชุดการแข่งขันเยาวชน เนื่องจากไม่เคยแพ้ในรายการใดเลย นักเตะร่างเล็กมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย นอกจากจะเป็น Striker และ ยังเป็น Playmaker ในบางเวลา เรียกได้ว่าเขาเป็นศูนย์กลางของของทีมบาร์เซโลนา

นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการปั่นลูกยิงตั้งเตะเป็นอาวุธที่น่าสะพรึงกลัว

ทักษะการครองบอล เมสซี่มีกล้ามเนื้อขา และ แขนที่สมดุลกันมาก การเลี้ยงบอลติดกับเท้าเหมือนพรสวรรค์ฟ้าประทาน มีความคล่องตัวและการวิ่งที่รวดเร็ว ทั้งยังมีการทักษะที่หลากหลาย ในยามที่ครองบอลหรือไม่ได้ครองบอลเขาก็น่ากลัวเสมอ เช่น การทำทาง การวิ่งไปยังพื้นที่ว่าง การวิ่งไปรอเพื่อรับบอล

วิสัยทัศน์ทางบอลการเดาวิธีคิดของเมสซี่เป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากทักษะของเขามีความหลากหลาย ส่งบอลสั้นยาวได้อย่างสมดุล เลี้ยงบอล

ส่วนตำแหน่งที่ เมสซี่ ถนัดและชำนาญ คือ ริมเส้นฝั่งซ้าย หากได้อยู่ในเขตพื้นที่สังหาร รับรองได้ว่าอาจจะเกิดประตูอย่างแน่นอน

การทำประตูเมสซี่ มีความเร็วที่เป็นอันตราย มีทักษะการครองบอลที่เป็นเลิศ และ ยังมีความแม่นยำในการทำประตูที่ดีเยี่ยมอีกด้วย ความอันตรายที่ครบเครื่องทำให้เขาดูราวกับ ผู้ที่จะมอบความพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายตรงข้ามได้ตลอดเวลา  สร้างสถิติมากกว่า 30 ประตูติดต่อ 7 ฤดูกาล ทำแฮตทริคมากกว่า 38 ครั้ง และยังสามารถยิงประตูได้ถึง 82 ประตูใน 1 ฤดูกาล (2011/12) ทำประตูไปมากกว่า 600 ประตู กลายเป็นสถิติสโมสรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เส้นทางสายนักเตะของ Lionel Messi

เมสซี่เล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ปี และยังมีพ่อเป็นโค้ชฟุตบอลให้ด้วย แม้ว่าเส้นทางด้านฟุตบอลของเมสซี่จะไม่ได้ราบรื่น แต่เขาก็เป็นยอดนักสู้ตัวจริง เมื่ออายุ 11 ปีเขาประสบปัญหาเรื่องขาดฮอร์โมนเจริญเติบโต จึงเป็นเหตุให้เขาต่อสู้และดิ้นรนในการก้าวขึ้นเป็นยอดสตาร์ของทีม

ในปี 1994-2000 เล่นให้กับ สโมสรเยาวชนนิวเวลส์โอลด์บอยส์
ในปี 2001-2004 เล่นให้กับ สโมสรเยาวชนเซบียาบาร์เซโลนาและบาร์เซโลนา เซ
ในปี 2004-2005 เล่นให้กับ บาร์เซโลนา เบ
ในปี 2005-ปัจจุบัน เล่นให้กับ บาร์เซโลนา

สโมสรเยาวชน

นิวเวลส์โอลด์บอยส์ สร้างตำนาน เครื่องจักรแห่งปี 87 (The Machine of 87) เพราะคนในทีมทั้งหมดเกิดในปี 1987

บาร์เซโลนา สร้างตำนานการเซ็นสัญญาด้วย ผ้าเช็ดปาก กลายเป็นตำนานสัญญาผ้าเช็ดปากที่ยังคงพูดถึงกันอยู่ในปัจจุบัน เมสซี่ได้รับอนุญาตให้สามารถลงแข่งขันเกมฟุตบอลยุโรปอย่างเป็นทางการในปี 2002 เมสซี่ จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของ เบบี้ ดรีมทีม ที่มี ฌาราร์ ปิเก และ เซสก์ ฟาเบรกัส การแข่งขันที่กลายเป็นเรื่องที่หลายๆ คนจดจำ คือ ในรอบแข่งขันนัดชิงชนะเลิศถ้วยกาตาลาคัพ เมสซี่ใส่หน้ากากลงแข่งขัน และ เอาชนะเอสปัญญอลได้ 4-1 ในฤดูกาล 2002/03

สโมสรอาชีพ

บาร์เซโลนา เซ

ลงเล่นให้กับทีม ที่เป็นเสมือนมีไว้สำหรับทดสอบ นักเตะของ บาร์เซโลนา ว่าจะเหมาะสมกับการขึ้นไปเล่นทีมสำรองหรือทีมชุดใหญ่ได้หรือไม่ เมสซี่ ทำ 18 ประตู จากการลงสนาม 11 นัด จึงถูกเรียกไปซ้อมทีมกับทีมชุดใหญ่อยู่บ่อยครั้ง

เมสซี่ลงแข่งเป็นทางการครั้งแรก กับ ทีมชุดใหญ่ทั้งๆที่ยังเล่นให้กับ บาร์เซโลนา เซ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2003 อายุ 16 ปี 145 วัน เป็นการแข่งกระชับมิตรกับ ปอร์ตู

บาร์เซโลนา เบ

ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีมสำรอง ในฤดูกาล 2004/05 ไม่นานเท่าไร  เพราะหลังจากนั้นเขาถูก ฟรังก์ ไรการ์ด เรียกให้ไปอยู่ในทีมชุดใหญ่

บาร์เซโลนา

เมสซี่เป็นตำนานของทีม บาร์เซโลนาอย่างแท้จริง

ฤดูกาล 2005/06 เมสซี่เล่นประสานกับ โรนัลดินโญ และซามุแอล เอโต จบฤดูกาลด้วยการเป็นทีมชนะเลิศในลาลิกาและแชมเปียนส์ลีก

ฤดูกาล 2006/07 ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ ปี 2006 เป็นครั้งแรก ติดอันดับ 20 ยิงแฮตทริกในการแข่งขันเอลกลาซิโก โดยที่มีผู้เล่นเพียง 10 คน ในการแข่งรอบรองของถ้วยโกปาเดลเรย์ กับ เคตาเฟ เมสซี่โชว์การเล่นลีลาเช่นเดียวกับ มาราโดนา ในการหลบคู่ต่อสู้ 6 คน รวมผู้รักษาประตู ในการเล่นกับ แอร์ราเซเด อัสปัญญอล ด้วยการทำประตูแบบเดียวกับ มาราโดนา ทำ สื่อสเปนเรียกเมสซี่ว่า “เมสซิโดนา”

ฤดูกาล 2007/08 ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ ปี 2007 จบลงที่ เมสซี่ได้อันดับ 3 ถึงแม้ว่าเขาจะบาดเจ็บเป็นเวลาถึง 6 สัปดาห์

ฤดูกาล 2008/09 โรนัลดินโญ ออกจากสโมสร เมสซี่ใส่เบอร์ 10 แทน ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ ปี 2008 จบลงที่ เมสซี่ได้อันดับ 2 เมสซี่ยิงแฮตทริกในโกปาเดลเรย์ ในการแข่งกับอัตเลติโกมาดริด การแข่งกับราซิงซานตันเดร์ ประตูที่ 2 ของเขา คือ ประตูที่ 5000 ในลีกของสโมสรบาร์เซโลนา การแข่งขันแชมเปียนส์ลีก เมสซี่ เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ทำประตูได้ 9 ประตู ประตูสูงสุดในแชมเปียนส์ลีก และ ได้ทริปเปิ้ลแชมป์ เมสซี่ได้รับรางวัลผู้เล่นลาลิกาแห่งปี

ฤดูกาล 2009/10 เมสซี่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ ปี 2009 ยิงประตูที่ 100 ให้กับสโมสร และ เมสซี่ ยิงประตูได้ 38 ประตูในหนึ่งฤดูกาล เทียบเท่ากับ เทลโม ซาร์ร่า (แอธเลติก บิลเบา)ในปีนี้เมสซี่ได้รับรางวัลผู้เล่นลาลิกาแห่งปี เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน และ ได้รางวัลรองเท้าทองคำ

ฤดูกาล 2010/11 เมสซี่ได้รับรางวัลฟีฟ่าบาลงดอร์ ปี 2010 สร้างสถิติยิงประตูได้ 9 นัดติดต่อกัน ในรายการยูฟาแชมเปียนส์ลีก เมสซี่ พาบาร์เซโลนาเป็นสมัยที่สามในรอบหกปี และ เป็นครั้งที่ 4 ของประวัติศาสตร์สโมสร เมสซี่ กลายเป็นเจ้าของสถิติผู้ทำประตูสูงสุดในฤดูกาลเดียวของบาร์เซโลนา จำนวน 50 ประตู

ฤดูกาล 2011/12 เมสซี่ได้รับรางวัลฟีฟ่าบาลงดอร์ ปี 2011 สร้างสถิติ ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ 3 ปีซ้อน ทำลายสถิติของแกร์ท มึลเลอร์ ด้วยการยิง 68 ประตู ใน 1 ฤดูกาล

ฤดูกาล 2012/13 เมสซี่ทำสถิติ เป็นดาวซัลโวใน 1 ปีปฏิทิน 91 ประตู และ เป็นการได้รับรางวัลบัลลงดอร์ครั้งที่ 4 ติดต่อกัน เป็นผู้ทำประตูทุกนัด ลีกสูงสุดของยุโรป 21 นัดติดต่อกัน กับ 46 ประตู และรางวัลรองเท้าทองคำ ครั้งที่ 3

ฤดูกาล 2013/14 เมสซี่ทำลายสถิติยิงประตูนอกบ้าน ครบ 100 ประตู แทนเจ้าของสถิติเดิม อูโก ซานเซช (99 ประตู) เมสซี่ ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในเกม เอลกลาซิโก (21 ประตู) เข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ ปี 2013 จบลงที่ เมสซี่ได้อันดับ 2

ฤดูกาล 2014/15 เมสซี่ยังคงมีชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ ปี 2014 และคว้าอันดับที่ 2 ทำประตูให้กับสโมสรเดียวได้ 400 ลูก ทำสถิติแอสซิสต์สูงสุดในลาลิกา 108 ครั้ง ทำลายสถิติเดิมของ ลูอิช ฟีกู (107 ครั้ง) ฤดูกาลนี้ เมสซี่พาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์อีกครั้ง เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เมสซี่เคยทำได้ในปี 2009

ฤดูกาล 2015/16 เมสซี่ได้รับรางวัล ฟีฟ่าบาลงดอร์ ปี 2015 เป็นรางวัล บัลลงดอร์ สมัยที่ 5 ใน ฤดูกาลนี้ เมสซี่เปลี่ยนสไตล์การเล่นจากการเป็นผู้ที่เลือกจะทำประตูเพียงอย่างเดียว ด้วยการเป็นผู้ที่เน้นการทำเกม และ ส่งบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น (Playmaker) กลายเป็นความน่ากลัวสำหรับทุกๆทีม เสมือนว่ามีกุนซือเพิ่มอีกหนึ่งคนในสนาม 17 เมษายน  เมสซี่ทำประตูที่ 500 จากการแข่งขันที่เป็นทางการ(สโมสรและทีมชาติ)

ฤดูกาล 2016/17 เมสซี่เปลี่ยนลุคด้วยการทำสีผมซุปเปอร์ไซย่า หรือ สีแพลทตินั่มบลอนด์ กลายนักฟุตบอลที่ได้แชมป์กับบาร์เซโลนามากที่สุด (30 แชมป์) เมสซี่เป็นเป็นอันดับ 1 ในตารางนักเตะ Top Player ของฤดูกาล

ฤดูกาล 2017/18 เมสซี่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของสุดยอดนักเตะในประวัติศาสตร์การแข่งขันลาลิกา สเปน เป็นนักเตะเพียงคนเดียวในลำดับ 1 – 15 ที่ยังเล่นอยู่ในปัจุบัน (คริสเตียโน โรนัลโด อยู่อันดับ 17) เมสซี่ได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 ของกองหน้าที่ดีที่สุดของทีมยอดเยี่ยม

เมสซี่ – มาราโดน่า ทายาทหรือตำนานคนใหม่แห่ง อาร์เจนตินา

หากถามว่า เมสซี่ หรือ มาราโดน่า ใครที่มีฝีเท้าเหนือกว่ากัน ใครเก่งกว่ากัน หรือใครเป็นเบอร์ 1 ของทัพฟ้า-ขาว นี่อาจจะเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เนื่องจากทั้งคู่ได้เกิดมาคนละยุคคนละสมัย แต่ด้วยรูปแบบและสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกัน ทำให้หลายคนมักเปรียบเทียบและตั้งคำถามว่า เมสซี่ก้าวข้าม “เสือเตี้ย” มาราโดน่า ไปแล้วหรือยัง ตลอดหลาย 10 ปีมานี้ตั้งแต่วงการฟุตบอลให้กำเนิดชายที่มีพรสรรค์อันเปี่ยมล้นอย่าง ลิโอเนล เมสซี่

เขาก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลกโดยทันที การันตีด้วยรางวัลบัลลง ดอร์ 5 สมัย เป็นนักฟุตบอลคนแรกที่ได้ครองรางวัล บัลลง ดอร์ ถึง 5 สมัยด้วยกัน แต่นั้นก็ไม่ใช่คำตอบที่จะตัดสินได้ว่าใครเหนือกว่ากัน เนื่องจากจะมีคำถามกลับมาเสมอว่า “เป็นเพราะ มาราโดน่า ไม่ได้เกิดและลงเล่นในยุคนี้ต่างหาก”

เมื่อเทียบกันในด้านของรางวัลและถ้วย หลายคนอาจมองว่า ลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัลได้มากมายกว่า มาราโดน่า แต่มีสิ่งหนึ่งที่ เมสซี่ ยังคงทำไม่ได้และยังไม่สำเร็จคือการ “คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก” หรือการประสบความสำเร็จนามทีมชาติ ทำให้ มาราโดน่า ถูกมองว่ามีภาษีที่ดีกว่า ลิโอเนล ชัดเจน เพราะตลอดเวลาที่รับใช้ชาติของ เมสซี่ เขาทำได้เพียงเข้าใกล้ถ้วยแชมป์เท่านั้น ปัจจุบันไม่สามารถพาทัพฟ้าขาวเถลิงบัลลังก์แชมป์ได้เลย

ทีมชาติอาร์เจนตินา

แม้ว่าบนเส้นทางสายนักเตะของเมสซี่จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในนามทีมชาติ แต่เมสซี่เป็นนักฟุตบอลที่อายุน้อยที่สุดในฟุตบอลโลก 2006 ที่ยิงประตูได้ โคปาอเมริกา 2007 เมสซี่พาอาร์เจนตินาไปรอบชิง แต่พ่ายให้กับบราซิล โอลิมปิกฤดูร้อน 2008 เมสซี่พาอาร์เจนตินาได้เหรียญทอง

ฟุตบอลโลก 2010 จบด้วยการแพ้ให้กับเยอรมนี 4–0 โคปาอเมริกา 2011 อาร์เจนติน่าพ่ายให้กับอุรุกวัย ฟุตบอลโลกปี 2014 อาร์เจนติ พ่ายกับ เยอรมันในรอบชิงชนะเลิศคว้าได้เพียงรองแชมป์ โคปาอเมริกา 2015 และ 2016 เมสซี่ทำได้เพียงพาอาร์เจนติน่าเป็นรองแชมป์ 2 สมัยติดโดยพ่ายให้กับ ชิลีทั้ง 2 ครั้ง ปัจจุบันเมสซี่ลงแข่ง 128 นัด กับ 65 ประตู ถึงแม้ว่าจะประกาศหยุดเล่นในนามทีมชาติแล้ว แต่หลายๆ คนก็ยังคงคาดหวังว่าจะได้เห็นการกลับมาในสีชุดฟ้าขาวอีกครั้งของเมสซี่

การเปิดตัวครั้งแรกของ เมสซี่ ในนามทีมชาติ

ศึกโคปาอเมริกา ปี 2007 ทัวร์นาเม้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ เมสซี่ กับทีมชาติอาร์เจนตินา เขาพาทีมชาติเป็นรองแชมป์ หลังโดน บราซิล ถล่มเละไปแบบ 3-0 และนั้นคือจุดเริ่มต้นของความผิดหวังที่จะตามหลอกหลอนเขาไปอีกกว่า 10 ปี

ถัดมาอีก 7 ปี ในศึกฟุตบอลโลก 2016 เมสซี่พาพลพรรคฟ้าขาวทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ และเป็นนาทีที่เมสซี่ต้องการและคาดหวังมากที่สุด เวลานั้นเขาพร้อมมากๆ ที่จะคว้าแชมป์ หลังจากที่ทุกคนต่างยกให้เขาเป็นเบอร์ 1 แห่งวงการฟุตบอล หากเขาสามารถชูถ้วยแชมป์โลกได้สำเร็จ เมสซี่ จะเป็นตำนานที่สมบูรณ์แบบ พ้นร่มเงาของ มาราโดน่า แต่สุดท้าย อาร์เจนตินา พ่ายต่อ เยอรมนี ไป 0-1 นับว่าเป็นวันที่น่าผิดหวังของแฟนบอลทั่วโลก ไม่ใช่แค่คนในชาติอาร์เจนตินาเท่านั้น เพราะมีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยต่างส่งใจเชียร์ยอดนักเตะรายนี้อยู่

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ :: ข่าวฟุตบอล ใหม่สด ทุกวัน

อ่านบทความก่อนหน้า